พระราชดำรัสในหลวงวันที่ 5 ธันวาคม 2549

วานนี้ (5 ธ.ค.) เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มายังพระบรมมหาราชวัง โดยเสด็จมาทางประตูวิเศษไชยศรี รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนมาทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี และเทียบที่พระทวารเทเวศรักษา แล้วเสด็จฯ เข้าสู่พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย

จากนั้นทรงประกอบการพระราชพิธี โดยทรงฉลองพระองค์ครุยราชูปโภค จากนั้นประทับพระที่นั่งพุดตาลกาญจนสิงหาสน์ ซึ่งเป็นพระราชอาสน์ ประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์อีกชั้นหนึ่ง ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมแตรมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะนั้น ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลตามลำดับ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กราบบังคมทูลมีใจความตอนหนึ่งว่า “ปัจจุบันนี้ มิใช่เพียงแต่ประชาชนชาวไทย แม้ชาวโลกทั่วไปต่างประจักษ์แก่ตา แก่ใจว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สุดประเสริฐเลิศด้วยบุญญาธิการ และเพียบเพ็ญด้วยพระบารมี พระบารมีทั้งนั้น ข้าพระพุทธเจ้า ได้เฝ้าสังเกตศึกษาจนเห็นแท้แน่แก่ใจว่า มิได้เกิดมีขึ้นเอง หากเป็นพระบารมีที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงสร้างสมให้เกิดมีขึ้น ด้วยพระราชจริยวัตร ที่ทรงพระราชอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อความเจริญร่มเย็นของอาณาประชาราษฎร์ และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติตลอดมา

ในมหามงคลสมัยนี้จึงขอถวายสัตย์ปฏิญาณด้วยกตัญญูกตเวทิตาจิตว่าจะตั้งใจปฏิบัติภาระ หน้าที่ และสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน สืบสานพระราชปณิธานแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท โดยเต็มกำลังสติปัญญา ความสามารถ และจะละเว้นการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ทำให้เป็นที่รบกวน กังวลพระราชหฤทัย กับขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล”

ต่อมา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถวายพระพร ความตอนหนึ่งว่า “ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์ว่า อาณาประชาราษฎร์ โดยเฉพาะในที่ห่างไกล ทุรกันดาร ต่างได้รับการพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิตดีขึ้นตามสมควรแก่อัตภาพ แม้ในยามที่บ้านเมืองประสบความวิกฤติทุกข์ร้อน ด้วยเดชะพระบารมี พระเมตตาธรรม และด้วยพระราชปณิธานอันมั่นคงที่จะทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงพสกนิกร บ้านเมืองก็สามารถกลับคืนสู่สันติได้ทุกครั้ง ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงทรงเป็นประดุจดวงประทีปส่องชีวิตของคนไทยทั่วราชอา ณาจักรให้มีความหวัง และมีพลังในการร่วมพัฒนาต่อไป”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบใจความว่า “ข้าพเจ้ามีความปีติชื่นชมอย่างยิ่งที่ท่านทั้งหลายมีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกัน มาให้พรวันเกิด ขอขอบพระทัย และขอบใจในคำอำนวยพรอันเปี่ยมด้วยความมุ่งดี มุ่งเจริญ โดยประการต่างๆ ขอทุกท่านจงได้รับพรและไมตรีจากใจจริงของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน คนไทยร่วมกันตั้งชาติ ตั้งประเทศจนเป็นปึกแผ่นและเจริญมั่นคง ซึ่งต่อกันมาช้านาน แม้บางสมัยบ้านเมืองจะได้เกิดเหตุคับขัน เดือดร้อน แต่เราก็ร่วมกันปฏิบัติแก้ไขด้วยสติปัญญาอันฉลาด สามารถ ด้วยคุณธรรม ความดี และด้วยความสามัคคีปรองดอง ทำให้เรามีอิสรภาพและความสุข ความเจริญทุกอย่าง อายุยืนมาจนถึงทุกวันนี้

ข้อนี้ควรเป็นสิ่งเตือนใจเราทั้งหลายผู้ร่วมอยู่ในชาติ ในประเทศนี้ให้มีสมานฉันท์ อันมาหาเหตุผลความถูกต้องและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างจริงจัง เพื่อกำจัดอคติและสร้างเสริมความเมตตา สามัคคีในกันและกันจะได้สามารถร่วมกำลังกันสร้างสรรค์ จรรโลงประเทศชาติของเราให้มั่นคงเข้มแข็ง เป็นแผ่นดินที่ทุกคนจะอยู่อาศัย และประกอบสัมมาอาชีพพร้อมกัน ร่วมกัน ด้วยความผาสุกร่มเย็นตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด”


ที่มา หนังสืมพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2549

เนื้อหาเป็นลิขสิทธิ์ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ – All contents are copyright of Nation Multimedia Group. All Rights Reserved.