พระราชดำรัสในหลวง 4 ธันวาคม 2548

มาพูดถึงไฟฟ้าและพลังงานการไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน เพราะว่าสำหรับปั่นไฟฟ้าต้องใช้พลังงานเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า อันนี้ก็ทำมานานแล้ว เวลาขาดแคลน เชื้อเพลิง ก็บอกว่าให้ปิดโทรทัศน ๆ ให้ปิดไฟ แล้วบอกว่าได้ผลดี ความจริง เปิดโทรทัศน์ไม่เป็นไร ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้วก็ยังใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มีแต่ต้องขยัน ต้องหาวิธีให้เชื้อเพลิงเกิดขึ้นมาใหม่ เชื้อเพลงเป็นที่เรียกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง มันจะหมดภายในไม่กี่ปี หรือไม่กี่สิบปีก็หมด ถ้าว่าไป 40 ปีหมด เราก็จะอายุ 118 ปี 118 นี่ เรายังมีชีวิตอีก 2 ปี เราก็จะใช้ก๊าซโซฮอล ก๊าซโซฮอลก็ไม่มี เพราะว่าก๊าซโซฮอลใส่ 10% เป็นอย่างมากมากต้องใช้ ต้องใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์ม เค้าใช้ 10%

นายกฯ ก็ได้เห็นรถแล่นมาน้ำมันปาล์ม 100% เพราะยืนอยู่ที่รถคันหนึ่งเสร็จแล้วก็มีรถอีกคันหนึ่งถอยหลังมาก ได้ยินเสียง บึ้มๆ ๆ นั่นอะไร รถดีเซล รถใช้น้ำมันดีเซล 100% 100% น้ำมันปาล์ม แล้วนายกฯ ก็บอกว่าหอมดี แล้วไม่เดือดร้อน เพราะว่า นายกฯ ไม่เป็นมะเร็ง เพราะอันนี้ไม่เป็นมะเร็ง เราทำแล้ว ก็หมายความว่าเราไม่เดือดร้อน เวลาเราอายุ 118 ถ้าอย่างไรเราก็ใช้น้ำมันปาล์มของเราเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้ คนอื่นอาจจะไม่มี แต่ว่าเรามีเพราะขวนขวายหาวิธีที่จะทำเชื้อเพลิงทดแทนได้ ถ้าไม่ทำเชื้อเพลิงทดแทน เราก็เดือดร้อน เราก็เป็นห่วง แต่เราไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคนอื่นเค้าไม่ทำ เค้าอาจจะไม่มีน้ำมันไบโอดีเซลใช้ แต่ว่าเรามี เราคือเข้าพเจ้า ทำเอง คนอื่นอาจจะไม่มี ไม่เป็นไร ต้องเห็นแก่ตัว แต่ละคนก็เห็นแก่ตัว เลยรู้ว่าไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนต้องพยามหาพลังงานมาทดแทนทั้งนั้น เราเชื่อว่า เวลาเราอายุ 118 นายกฯ ก็บอกว่าแก่แล้ว แต่เราไม่แก่ เพราะเราคิดทำพลังงานทดแทนอยู่เรื่อยๆ แต่นายกฯ บอกแก่ จะถึงอายุเท่าไหร่ จะเอาอายุ 94 96 นายกฯจะอายุ 94 ก็ไม่รู้ว่า 94 อาจจะแข็งแรงก็ได้ คงแข็งแรง อาจจะมีความคิดที่จะสร้างโรงงานก๊าซโซลฮอล และไบโอดีเซลสำเร็จแล้ว นายกฯ ก็ไม่เดือดร้อน เอาไบโอดีเซลใส่เครื่องบินได้ เครื่องบินเค้าใช้ไบโอดีเซลได้แล้ว แต่ลำไม่ใช่โตๆ แต่เวลานั้นอาจจะใช้ลำโตๆ สำหรับนายกฯ ได้ สามารถที่จะมี แต่ว่าเฉพาะนายกฯ คนอื่นไม่สามารถที่จะมี ก็มี 2 คนหละ พระเจ้าอยู่หัว กับนายกฯ มีเครื่องบินใช้ แล้วใช้ไบโอดีเซล ท่านองคมนตรี สั่นหัวว่าไม่มี เวลานั้นท่านอายุเท่าไหร่ 130 ก็คงไม่อยู่แล้ว เราก็อยู่กัน 2 คน สุดท้าย ก็อยู่กัน 2 คน มีไบโอดีเซลใช้ แล้วจะไปไหน จะไปเชียงใหม่ ขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วไปเชียงใหม่ ไปดูสวนสัตว์ สวนสัตว์อยู่สบายเพราะไม่ต้องใช้ไบโอดีเซล เป็นอันว่า ไม่ต้องกลัว เราไม่เดือดร้อน เพราะว่าอีก 40 ปี ๆ มีไบโอดีเซล พอสำหรับเราใช้ 2 คน อย่างไรก็ตาม นี่ซักเฟื่อง พูดว่าเราอีก 40 ปี เราจะมี 2 คนที่มีพลังงานน้ำมันใช้ได้ แล้วดูทีวีได้ ดูทีวีก็อาจจะโฆษณาอะไร ในทีวี ประกาศชี้แจงนายกฯ ก็ชี้แจงได้ เพราะเปิดทีวีให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาปั่นไฟฟ้า แต่ป่านนั้นทีวีก็อาจจะมีอะไรใหม่ แล้วก็อาจจะมีข่าวต่างๆ ฉะนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วง

ที่นี้ก็ต้องดูเป็นบุคคลๆ การที่จะบอกว่าเป็นห่วง แต่เป็นห่วงทั้งบ้านเมืองก็เป็นห่วง แต่ว่าถ้าเรานั่นจริง ๆ คิดจริง ๆ ไม่เต้องเป็นห่วง เพราะแต่ละคนก็ต้องมีการขวนขวายเหมือนกัน เป็นอันว่าถ้าแต่ละคนขวนขวายของตัว อีก 40 ปี ไม่มีเดือดร้อน โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทย มีคนที่มีความคิดดีๆ ก็คนหนึ่งก็ข้าพเจ้าคนหนึ่งมีความคิดดีๆ และนายกฯอีกคนที่มีความคิดที่ดี ไม่จนมุม ฉะนั้น 2 คนเดือดร้อน ไม่เดือดร้อน คนอื่นเค้าก็ต้องไม่เดือดร้อน เค้าก็ต้องหาทางออกได้ เพราะว่าถ้าเดือดร้อนก็ต้องไปดูโครงการพระราชดำริ โครงการพระราชดำริเปิดเผยให้ทุกคนได้ทั้งนั้น และถ้าปฏิบัติตาม โครงการพระราชดำริ หมายความว่า ทำอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ตอนนี้นายกฯ ก็เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ไปจ่ายเงินแล้ว ใช้แต่เศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่ามีการโฆษณาคู่สมรสของคณะรัฐมนตรี ก็ชำนิ ชำนาญในเศรษฐกิจพอเพียง เก่งมาก นี่ก็อีกคน ที่ทำได้ ก็เลยไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ทราบว่าคู่สมรสขององคมนตรีจะทำเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า สงสัยว่าไม่ ไม่ทำ แต่อย่างไรก็ตาม ก็เปิดให้ความกว้างขวางของเศรษฐกิจจะดีขึ้น ท่านรองนายกฯ ทั้งหลายอาจจะไม่ทำ เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ไม่พอเพียง นายกฯ และคุณหญิง อาจจะให้เพื่อนนายกฯ รองนายกฯ ต่างๆ ทำเศรษฐกิจเพียงซักนิดหน่อย ก็จะทำให้อีก 40 ปี ประเทศชาติไปได้ แต่นี่ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรสทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็เชื่อว่าประเทศจะมีความประหยัดได้เยอะได้เหมือนกัน อื่นถ้าไม่ประหยัด ประเทศไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัด สำหรับคณะรองนายกรัฐมตรี จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ มามองทางนี้ สภาเป็นอย่างไร สภาด้วยเหมือนกัน สภาเป็นอาจารย์ของนายกฯ นายกฯ ก็สอนครูหน่อย สอนอาจารย์หน่อยว่าเศรษฐกิจพอเพียงทำอย่างไร สอนครูคนเดียวก็พอแล้ว เพราะว่าครูก็ไปสอนคนอื่น

ฝ่ายค้านไม่ต้องสอนเค้าพอเพียงอยู่แล้ว ฝ่ายค้านเนี่ยหัวหน้าฝ่ายค้าน ไม่ทราบเค้าพอเพียงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าพรรคเค้าพอเพียงอย่างมาก ๆ เค้าทำอะไรที่ทำให้ประเทศชาติใช้เงินนิดเดียวไม่พอเค้าถึงต้องออก เลยรู้ว่า ฝ่ายค้านจะพอเพียงหรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ อดีตหัวหน้าพรรคเค้าพอเพียงมาก จนกระทั่งต้องออกจากหัวหน้าพรรค นอกจากนั้น ถ้าทุกคนเลื่อมใสว่าจะต้องพอเพียงก็ปฏิบัติเถิด ถ้าปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง มันใช้ได้จริงๆ ไปได้จริงๆ แต่ว่าอาจจะไม่สบาย

ทุกอย่างที่นายกฯ พูดเมื่อกี้ ก็มาพูดไม่ได้แต่งเอา นายกฯ พูด ที่พระเจ้าอยู่หัวพูดอะไร ทำอะไร ถูกต้อง ชื่นชมว่า เพราะเจ้าอยู่หัวทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ เช่น เดียวกับแก้มลิง แก้มลิงเมื่อครั้งก่อนนี้พูดถึงแก้มลิงคนก็หัวเรา เดี๋ยวนี้ไม่หัวเราแล้ว เพราะว่าลิงเค้าต้องมีแก้ม ถ้าลิงไม่มีแก้มเค้าอยู่ไม่ได้ คนเราก็ต้องมีแก้ม เป็นแก้มคนก็เป็นแก้มลิงได้ คือหมายความว่า ต้องระวัง ต้องรักษา กล้วยเข้าไปก็เก็บไว้ได้ เป็นการประหยัด จะพูดอะไรก็เก็บไว้ในแก้ม เก็บในแก้มก็ได้ ก็ประหยัด คือแก้มลิงเป็นการประหยัด และโครงการอะไรอื่นๆ ที่พูด อย่างฝายแม้ว ก็ฝายนายกฯ ฝายนายกฯ นายกฯ ไปดูฝายแม้ว ฝายเรานี่ เราทำ ฝายแม้วเดี๋ยวนี้ซาบซึ้งหรือเปล่าว่า มีประโยชน์อะไร คือมีประโยชน์ทำให้ไม่มีน้ำท่วม ไม่มีน้ำแล้ง ตอนนี้น้ำท่วมเชียงใหม่ นายกฯ เดือดร้อนมาก โกรธมาก ทำไม มีฝายแม้ว แล้วทำไมน้ำยังถึงท่วม ก็เพราะว่า ฝายแม้วทำไม่ถูกต้อง ทำไม่ดี แล้วก็ปล่อยน้ำลงมาผิดทาง ที่จริงที่ไปดูกุยบุรี ไปขยายเขื่อนที่กุยบุรี ที่ยังชุ่ม เคราะห์ดีไปทำ และโครงการพระราชดำริอันนี้ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าทำตามที่ทางชลประทานเค้าจะทำ ป่านนี้ก็ยังไม่เสร็จ และถ้าไม่เสร็จน้ำท่วมแล้ว ปีนี้ที่น้ำไม่ท่วมกุยบุรี และประจวบฯ ท่วมบ้าง แต่ว่า ไม่ขึ้นมาถึงหัวหินเพราะว่า เขื่อนกุยบุรี และเขื่อนกุยบุรีทำไมได้ขยายได้ ขยายได้เก็บน้ำได้ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะว่า เดี๋ยวนี้เรามีโครงการพระราชดำริ และบอกทำเลย อธิบดีชลประทาน ทำอย่างไร จะต้องของบประมาณ งบประมาณไม่มี ก็มีโครงการพระราชดำริ ก็เลยทำทันที แทนที่จะใช้เวลา 3 ปี ก็ใช้เวลา 2 ปี ทำงานได้ ที่ที่เราไปดูนั่นทำงานได้จริงๆ เพราะว่าถ้าไม่มีน้ำ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร มันเต็มแล้ว แต่ว่า น้ำมันก็ล้นปกติตามจำนวนที่ปกติ เลยทำให้น้ำไม่ท่วม ถ้า 9 ล้านลูกบาศก์เมตร ฝนมันลงฟู่ๆ มีหวังท่วม ท่วมทั้งด้านบนและด้านล่าง ถ้าท่วมแล้วน้ำก็ทำลาย ถ้าเราทำโครงการที่ใช้งานได้แล้วเร็ว ประหยัดการท่วมของพื้นดิน และถ้าว่าไปประหยัดทรัพย์ ความจริงที่ใช้เงิน ตอนนั้นใช้เงิน ล้านกว่าๆ เดี๋ยวนี้ก็กลับคืนมาแล้ว ถ้าไม่ได้ทำ น้ำที่มาท่วมก็ทำลายร้อยล้าน ร้อยล้าน สำหรับคนที่พยักหน้า ไม่ใช่อะไร มันต้อง พันล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน แต่ร้อยล้านชาวบ้านเค้ารู้สึก ก็หมายความว่า ร้อยล้านที่เอาจากโครงการพระราชดำริกลับคืนมาแล้ว กลับคืนมาที่ไหน ก็กลับคืนมาที่ประชาชน ประชาชนก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช้เงินนี้ ปีหน้าจะต้องใช้ สองร้อยล้าน ถ้าหากไม่ใช้ทันที เงินมีอยู่ บางคนบอกว่าไม่มีเงิน แต่เงินอันนี้มีอยู่ เพราะว่าในงบประมาณมี ถ้าไม่มีก็หมายความว่า งบประมาณทำไม่ถูก

แต่อันนี้ร้อยล้านใช้ไปใช้ดีแล้ว ใช้ถูกต้องไม่เสียหาย ทำให้ประชาชนได้กำไร ถ้าไม่ได้ใช้ไป ก็ไม่รู้ใครใส่กระเป๋าไปไหน แต่ว่าประชาชนไม่ได้ ฉะนั้นที่ได้ทำโครงการประหยัดไป 1 ปี ที่ไปดูเห็นประจักษ์ว่า น้ำมันไหลออกมาจากเขื่อน ไม่ใช่พูดหรอก น้ำจริงๆ มันลงมาเต็มเขื่อน แทนที่จะเป็น 38 ล้านลูกบากศ์เมตร มันเป็น 40 กว่าล้านที่ ลงทำให้น้ำลงมาเก็บและล้นมาได้ และน้ำได้ใช้ เวลาแล่นรถไปข้างล่างก็เห็น ก็ทำนาได้ นาเนี่ย มีประโยชน์ เพราะว่าข้าวก็ไม่เสีย ข้าวได้ใช้ และถ้าจะเอาข้าวไปส่งนอก เราก็ได้เงิน หรือได้ของไปแลกเปลี่ยนได้ ฉะนั้นโครงการร้อยล้านนี้ทำดี และช่างชลประท่านก็มีความรู้พอที่จะทำ อันนี้ไม่ต้องอาศัยช่างจากต่างประเทศ ช่างในเมืองไทยนี่เอง แล้วก็ใช้เครื่องมือในเมืองไทยนี้ได้ ก็เลยรู้สึกว่า ปีนี้ที่ได้เห็นการขยายโครงการกุยบุรี นี้ได้ผลจริงๆ ได้ไปดู ก็ดีใจ พอใจ ฉะนั้นต้องเล่าให้ฟังว่า ที่ได้ไปดูโครงการชลประทานที่กุยบุรี ที่หมู่บ้านยางชุม เป็นโครงการที่ใช้งานได้ ไม่ใช่ที่ยางชุ่มเท่านั้น ข้างๆ ก็มีการสร้างเขื่อนที่จะกักน้ำได้ผลดี ยังต้องทำอีกมาก

แต่เวลาพูดกับสมาคมนี้ก็พูดถึงชลประทานก็ได้ผลดี แต่ค่อยๆ ทำ เพราะว่าไม่ใช่ว่ามีเงินเท่านั้นเอง เงินมันมีไม่พอ แต่ว่าที่ๆ จะทำ มันไม่มี แล้วจะทำต้องศึกษาให้ดี “โอ่ ! พระเจ้าอยู่หัวบอกให้ทำ นั่นๆ” เสร็จแล้วไม่มีหลักวิชาที่ดีก็อาจจะเสียก็ได้ แต่การที่จะทำต้องพยายามหาที่ๆ จะทำ แล้วใช้ความรู้ที่ถูกต้อง โครงการอย่างอื่นก็มีที่จะทำไม่ใช่เฉพาะชลประทาน แต่ว่าโดยที่เราเป็นผู้ที่เค้าเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ชลประทานก็กล้าบอกว่าควรจะทำ

นี่รู้สึกคล้ายๆ จะง่วงๆ แล้ว เดี๋ยวนี้ชักมืด มืดเร็ว ง่วงเดี๋ยวไปนอนได้ รู้สึกว่าสมควรแก่เวลา ก็ขอขอบใจที่ท่านมาให้พร ให้พรนี่ดี เพราะว่าถ้าไม่ให้พรก็ไม่รู้ว่าทำอะไร ไม่รู้ว่าเราทำอะไร ถ้ามาให้พรเราก็มีกำลังจะทำ ทำงานต่างๆ และต้องให้พรกับทุกฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ก็ให้กำลังใจ ทำอะไรก็ทำ ทำได้ดี แต่วันนี้ไม่พูดว่าให้ทำอะไร ทะเลาะกันไม่เอา ไม่ให้ทะเลาะ ให้ทำอะไรที่ดูจะดี แล้วคิดให้ อย่าเกิน อย่าเลยเถิด แต่ว่าถ้าแต่ละคนทำงานให้เหมาะสม บ้านเมืองจะไปได้ ถึงว่าจะต้องให้พรให้บ้านเมืองไปได้ ให้แต่ละคนไปได้ ไม่ใช่มีการหัวชนฝาจะทำอะไรๆ

ขอให้แต่ละคนมีความสำเร็จพอสมควรเศรษฐกิจพอเพียง คือถ้าไม่พอเพียงไปไม่ได้ แต่ถ้าพอเพียงสามารนำพาประเทศไปได้ดี ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในความสำเร็จพอเพียง และเพื่อให้บ้านเมืองบรรลุความสำเร็จที่แท้จริง ไม่รู้คนที่รับพรก็รับไป คนที่ไม่รับพรก็คิดในใจ ขอบใจ ที่ท่านทั้งหลายที่มาให้พร เรารับพรของท่าน