สร้างสวนโมกข์ใหม่ เผยแผ่งานพุทธทาส

ตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ “หมอเกษม” เผยเตรียมเนรมิตสวนโมกข์แห่งใหม่กลางกรุงเทพฯ ริมสระใหญ่ในสวนรถไฟ ใช้เป็นที่เก็บรักษาเอกสาร ภาพ แถบเสียงโสตทัศน์ ต้นฉบับ และวัตถุสิ่งของอันทรงคุณค่าของท่านพุทธทาสเกือบ 30,000 รายการ นำระบบดิจิตอลมาใช้ออนไลน์ไปถึงทุกที่ ง่ายต่อการสืบค้นและเผยแพร่ผลงานของท่านพุทธทาสช่วยให้คนไทยและต่างชาติ เข้าถึงหัวใจของพุทธศาสนา เตรียมเปิดให้บริการในวาระชาตกาล 103 ปีในปี 2552

ที่สยามสมาคม มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ จัดงานแถลงข่าว “โครงการจัดตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานคณะกรรมการจัดตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กล่าวว่า ช่วงชีวิต 87 ปีของท่านพุทธทาส ได้ศึกษาปฏิบัติและเผยแพร่ธรรมอย่างสม่ำเสมอ จะเห็นได้จากผลงานที่ได้รับจากการยอมรับนับถือทั้งในและต่างประเทศ หลังมรณกรรมของท่าน สวนโมกขพลาราม คณะธรรมทาน ศิษยานุศิษย์ และกลุ่มผู้สนใจปฏิบัติ ได้ประมวลรวบรวมสิ่งศึกษาเรียนรู้ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ของท่าน เช่น เอกสาร สิ่งพิมพ์ ภาพ แถบเสียงโสตทัศน์ ซึ่งถือเป็นมรดกทางปัญญาอันยิ่งใหญ่ เบื้องต้นมี 27,347 รายการ ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหาย มีการเสื่อมสภาพ ควรได้รับการเก็บรักษาอย่างเร่งด่วน สวนโมกขพลาราม คณะธรรมทานพยายามทำการดูแลรักษางานที่มีอยู่ แต่อาจจะเกินกำลังของวัดและอาสาสมัคร

ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวต่อว่า โครงการจัดตั้งหอจดหมายเหตุฯ ครั้งนี้ ถือเป็นศรัทธาของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญงานจดหมายเหตุ ผู้เชี่ยวชาญงานระบบฐานข้อมูล งานสถาปัตยกรรม อาสาสมัคร และผู้แทนสำนักพิมพ์ต่างๆ โดยความเห็นชอบของสวนโมกขพลารามและคณะธรรมทาน จะจัดตั้งหอจดหมายเหตุศาสนธรรมเพื่อการเก็บรักษา อนุรักษ์ ศึกษาค้นคว้า และเผยแพร่ผลงานของท่านพุทธทาสให้แพร่หลาย โดยจะเป็นหอจดหมายเหตุดิจิตอลสมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในวาระชาตกาล 103 ปีของท่านพุทธทาสภิกขุ ในปี 2552 เหมือนเป็นสวนโมกข์อีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตลอดจนออนไลน์ไปถึงทุกที่ จะนำเอกสารต้นฉบับ อุปกรณ์การศึกษา ค้นคว้า และเผยแผ่ทั้งหมดมาเก็บรักษา จัดแสดง ให้บริการค้นคว้าวิจัย รวมทั้งจัดกิจกรรมอื่นๆ ทั้งการประชุม เสวนา อบรมภาวนาปฏิบัติธรรมไว้ ที่นี่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ไม่เฉพาะพุทธศาสนาหรือคนไทยเท่านั้น

ด้านนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช กรรมการจัดตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ กล่าวว่า โครงการจัดตั้งหอจดหมายเหตุฯ ได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร ในการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุฯ ภายในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยจะใช้พื้นที่ 3 ไร่ในการดำเนินการมีอาคารสูง 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 4,000 ตารางเมตร สำหรับรูปแบบการวางผังและเนื้อที่ใช้สอยจะเป็นไปตามมาตรฐานการจัดตั้งหอจด หมายเหตุสากล มีห้องบริการค้นคว้า ห้องจัดนิทรรศการ ห้องจำหน่ายแจกหนังสือและสื่อธรรม ห้องเสวนา ห้องสำนักงาน ห้องเทคนิคจดหมายเหตุ ห้องเก็บจดหมายเหตุ ห้องส่วนงานฐานข้อมูลดิจิตอลและห้องเก็บเอกสาร คาดว่าจะใช้งบประมาณในการจัดตั้ง 140 ล้านบาท

นายแพทย์บัญชากล่าวอีกว่า หอจดหมายเหตุฯ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2552 จะจัดบรรยากาศและเอื้อต่อการใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกับที่ สวนโมกข์ อ.ไชยา ตั้งริมสระใหญ่ในสวนรถไฟเหมือนสระนาฬิเกร์ มีลานหินโค้ง รวมทั้งยกภาพปูนปั้นพุทธประวัติที่ท่านพุทธทาสทำไว้ทั้งหมดมาเก็บรักษาไว้ ที่นี่ นอกจากนี้ จะมีกิจกรรมอบรมปฏิบัติธรรม การจัดเสวนาธรรมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในหลักธรรม นอกจากนี้ เพื่อเอื้อต่อการศึกษาค้นคว้าเผยแพร่ผลงานของท่านพุทธทาส ขณะนี้มีเว็บไซต์ของหอจดหมายเหตุ www.buddadasa-archives.com, www.bia.or.th ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหอจดหมายเหตุฯ รวมทั้งผลงานในรูปแบบต่างๆ ส่วนเว็บไซต์สำหรับเยาวชนมี www.budhansa.com ที่จะให้ความเพลิดเพลินด้วยเกมต่างๆ ซึ่งสอดแทรกธรรมะไว้ด้วย

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งหอจดหมายเหตุฯ โดยการสมทบทุน

  • ที่กรุงเทพฯ – ธนาคารกสิกรไทย สาขารัชดาภิเษก ห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ “เงินทุนก่อตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” เลขที่บัญชี 089-2-56025-2
  • หรือติดต่อ มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ โทร. 0-2305-9589 ถึง 90, 08-5960-9555
  • ที่ไชยา – ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาไชยา บัญชีออมทรัพย์ชื่อบัญชี “เงินทุนก่อตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” เลขที่บัญชี 541-2-35215-8
  • สถานที่ติดต่อ คณะธรรมทาน สวนโมกขพลาราม โทร. 0-7743-1596 ถึง 7, 0-7743-1661 ถึง 2

โดยแนวทางจะไม่เป็นการเรี่ยไรและรณรงค์หาเงิน แต่หากใครเห็นประโยชน์ก็สมทบทุนได้ นอกจากนี้ เรายังต้องการอาสาสมัครและความร่วมมือจากองค์กรอื่นๆ มาช่วยให้ระบบงานในหอจดหมายเหตุฯ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 22 พฤษภาคม 2550

เนื้อหาและภาพเป็นลิขสิทธิ์ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ – All contents are copyright of Thai Post. All Rights Reserved.