คนไทยเข้าใจผิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

“ดร. สุเมธ” ชี้คนไทยหลงผิดไม่เข้าใจ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ชี้ทะเลาะกันทุกวันนี้ เพราะนำเข้าแนวคิดจากต่างประเทศมากเกินไป จนเกิดความเขลาในสังคม แนะคนไทยยึดทศพิธราชธรรมเช่นเดียวกับในหลวง จะได้ไม่ทะเลาะ

ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บรรยายพิเศษ เรื่อง “พระจริยวัตรของในหลวงกับเศรษฐกิจพอเพียง” ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2550 ของสถาบันพระบรมราชนก เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย…จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนหนึ่งว่า ตนบรรยายเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 900 กว่าแล้ว เวลาไปพูดเรื่องนี้ทีไรมีหลายหน่วยงานพยายามทำตัวอย่างให้ดู เช่น มีควาย มีกองฟาง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาด บางเวทีมีกองฟาง ดีไม่จูงควายขึ้นมาเดินบนเวที สงสัยคิดว่ามีควายพูดอยู่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยกำลังหลงผิด

ดังนั้นตนจะขอพูดเรื่องนี้อีกครั้ง ความจริงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2517 ทุกคนมักจะตื่นตาที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่ได้มองพระองค์ท่านเลยไม่เข้าใจสิ่งที่พระองค์ท่านพร่ำสอนมาตลอดระยะ เวลา 60 ปีด้วยความเหน็ดเหนื่อย สอนแล้วไม่เคยจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

“ที่ทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ประชาธิปไตย พรรคการเมือง หรือ กฎหมายต่างๆ เพราะเป็นการนำเข้าแนวคิดจากต่างประเทศมากเกินไป มากจนกระทั่งมันเกิดความเขลาในสังคม ไม่ใช่ว่าแนวคิดจากต่างประเทศไม่ดี แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศไม่เหมือนกัน แม้แต่ประเทศไทยซึ่งมี 4 ภาคลักษณะภูมิประเทศก็คิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ดีของอีกประเทศเมื่อนำมาใช้อาจจะไม่ดีก็ได้ หรือดีในบ้านเราเอาไปใช้อาจจะไม่ดีก็ได้ แต่ละแห่งคิดอะไรต้องให้สอดคล้องกับธรรมชาติคือภูมิประเทศ” ดร.สุเมธ กล่าว

ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” หรือ กู๊ด โกเวอร์แนน ซึ่งก็คือ ธรรมาภิบาล แต่คนไทยไม่ใส่ใจ ไม่ตื่น ไม่เข้าใจ จนฝรั่งมาพูดใส่หัว เมื่อ 10 กว่าปีมานี้ ธรรมสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือ ทศพิธราชธรรม ตนเห็นว่าไม่เฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นที่ทรงยึดถือปฏิบัติ แต่ประชาชนทั่วไปก็ควรยึดถือปฏิบัติด้วย จะได้ไม่ทะเลาะกัน กัดกันเหมือนเช่นทุกวันนี้

พระองค์ทรงตรัสอีกว่า “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เห็นหรือไม่ว่าพระองค์พูดเรื่องนี้มานานแล้วทุกคนรู้หรือไม่ว่า แนวคิดเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ดเอาเรื่องนี้ไปสอน แล้วแต่คนไทยไม่เอา เวลามีการสัมมนาเสร็จแล้วก็จบกันไปเลย 4-5 เดือนจึงมีเอกสารออกมา เมื่อถึงตอนนั้นคนก็ลืมกันหมดแล้ว นี่คือ “ดีส อีส ไทยแลนด์”

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะว่า การใช้ชีวิตให้ยึดหลัก 3 ประการ คือ พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมคุ้มกัน จะทำอะไรอย่าให้เกินกำลัง ใช้จ่ายเกินตัว ยิ่งยุคนี้เป็นยุคบริโภคนิยม ยุคทุนนิยม ดูอะไรเป็นเงินไปหมด ยุคนี้ผู้บริโภคถูกยั่วด้วยวิธีการต่างๆ ดังนั้นต้องรู้จักตัวเอง อย่าหลงระเริง อย่าให้กิเลสมาเป็นนายเรา เราต้องบริหารกิเลสให้เป็น นอกจากธรรมะ 3 ประการแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีแถมอีก 2 ประการ คือ ความรอบรู้ และรอบคอบ ที่สำคัญ ถ้าปราศจากจริยธรรมและคุณธรรมทุกอย่างก็จบ” ดร.สุเมธ กล่าว

ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้สิ่งที่ประชาชนควรยึดถือ อีก 2 ข้อ คือ ธรรมชาติ และธรรมดา โดยธรรมชาติมีหลายแง่มุม ไม่มีธรรมชาติเราก็อยู่ไม่ได้ ดิน น้ำ ลม ไฟ อาหาร ก็มาจากธรรมชาติ ต้องให้ความเคารพและรักษาธรรมชาติเอาไว้ให้ได้ ส่วนธรรมดา ก็ยึดความเรียบง่าย จะทำ จะปฏิบัติ จะแก้ไขปัญหาอะไร ต้องมองสิ่งรอบๆ ตัวให้ใช้ความธรรมดา ซึ่ง 2 คำนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงแสดงให้ทุกคนได้เห็นตลอด 60 ปีที่พระองค์ครองราชย์


ที่มา หนังสืมพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ – All contents are copyright of Nation Multimedia Group. All Rights Reserved.